บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3
วันศุกร์ ที่ ุ20 เดือนมกราคม เวลา 13.30-16.30 น.
► ความรู้ที่ได้รับ
ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
1. กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความสามารถสูง มีความเป็นเลิศทางสติปัญญา เรียกโดยทั่ว
ๆ ไปว่า
“เด็กปัญญาเลิศ”
• พัฒนาการทางร่างกายและจิตใจสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
• เรียนรู้สิ่งต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
• อยากรู้อยากเห็นอย่างจริงจัง
ชอบซักถาม
• มีเหตุผลในการแก้ปัญหา การใช้สามัญสำนึก
• จดจำได้รวดเร็วและแม่นยำ
• มีความรู้
ใช้คำศัพท์เกินวัย
• มีความคิดริเริ่ม
มีวิธีการคิดและแนวคิดแปลกๆ
• เป็นคนตื่นตัว
เฉียบแหลม ว่องไว และช่างสังเกต
• มีแรงจูงใจ
และมีความมานะบากบั่นมีความจริงจังในการทำงาน
• ชอบแสวงหาสิ่งท้าทายความคิดความอ่าน
2. กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง
แบ่งเป็น 9 ประเภท ดังนี้
1.เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา
2.เด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน
3.เด็กที่บกพร่องทางการเห็น
4.เด็กที่บกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
5.
เด็กที่บกพร่องทางการพูดและภาษา
6.
เด็กที่บกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
7.
เด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้
8.
เด็กออทิสติก
9.
เด็กพิการซ้อน
1. เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา (Children with Intellectual Disabilities)
หมายถึง เด็กที่มีระดับสติปัญญาหรือเชาว์ปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย เมื่อเทียบเด็กในระดับอายุเดียวกัน
มี 2 กลุ่ม คือ เด็กเรียนช้า
และเด็กปัญญาอ่อน
2. เด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน (Children with Hearing Impaired)
หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่อง
หรือสูญเสียการได้ยิน เป็นเหตุให้การรับฟังเสียงต่างๆ
ได้ไม่ชัดเจน
มี 2 ประเภท คือ เด็กหูตึง และ
เด็กหูหนวก
3. เด็กที่บกพร่องทางการเห็น (Children with Visual Impairments)
หมายถึง เด็กที่มองไม่เห็นหรือพอเห็นแสง
เห็นเลือนราง มีความบกพร่องทางสายตาทั้งสองข้าง สามารถเห็นได้ไม่ถึง 1/10
ของคนสายตาปกติ มีลานสายตากว้างไม่เกิน 30 องศา
► การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ทำให้เข้าใจว่าเด็กพิเศษมีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร เพื่อนำไปปรับกับการสอนในอนาคต
► การประเมินผล
● ประเมินตนเอง
ตั้งใจเรียนดี มีสมาธิกับการเรียน
● ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆ ตั้งใจเรียนดี พยายามเข้าใจเนื้อหา
● ประเมินอาจารย์
อาจารย์สอนดี เนื้อหาเยอะแต่สอนเข้าใจ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น