วันศุกร์ ที่ ุ3 เดือนมีนาคม เวลา 13.30-16.30 น.
► ความรู้ที่ได้รับ
วันนี้เรียนประเภทของเด็กพิเศษต่อจากสัปดาห์ที่ 5 โดยมีเนื้อหาดังนี้
8.เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
(Children with Behavioral and
Emotional Disorders)
• มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ
• แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
• มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ
• เด็กที่มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกตินานๆ ไม่ได้
• เด็กที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้
• ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย
ด้านความประพฤติ (Conduct Disorders)
• ทำร้ายผู้อื่น ทำลายสิ่งของ ลักทรัพย์
• ฉุนเฉียวง่าย
หุนหันพลันแล่น และเกรี้ยวกราด
• กลับกลอก
เชื่อถือไม่ได้ ชอบโกหก ชอบโทษผู้อื่น
• เอะอะและหยาบคาย
• หนีเรียน
รวมถึงหนีออกจากบ้าน
• ใช้สารเสพติด
• หมกมุ่นในกิจกรรมทางเพศ
ด้านความตั้งใจและสมาธิ (Attention and Concentration)
• จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะสั้น
(Short
attention span) อาจไม่เกิน
20 วินาที
• ถูกสิ่งต่างๆ
รอบตัวดึงความสนใจได้ตลอดเวลา
• งัวเงีย
ไม่แสดงความสนใจใดๆ รวมถึงมีท่าทางเหมือนไม่ฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูด
ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเด็ก
• ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เช่นเด็กปกติ
• รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือกับครูไม่ได้
• มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน
• มีความคับข้องใจ มีความเก็บกดอารมณ์
• แสดงอาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
• มีความหวาดกลัว
เด็กสมาธิสั้น (Children with Attention Deficit Hyperactivity Disorders)
ADHD เป็นภาวะผิดปกติทางจิตเวช มีลักษณะเด่นอยู่ 3 ประการ คือ
- Inattentiveness (สมาธิสั้น)
• ทำอะไรได้ไม่นาน
วอกแวก ไม่มีสมาธิ
• ไม่สามารถจดจ่อกับงานที่กำลังทำได้นานเพียงพอ
• มักใจลอยหรือเหม่อลอยง่าย
• เด็กเล็กๆจะเล่นอะไรได้ไม่นาน
เปลี่ยนของเล่นไปเรื่อยๆ
• เด็กโตมักทำงานไม่เสร็จตามที่สั่ง
ทำงานตกหล่น ไม่ครบ ไม่ละเอียด
- Hyperactivity (ซน อยู่ไม่นิ่ง)
• ซุกซนไม่ยอมอยู่นิ่ง
ซนมาก
• เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
• เหลียวซ้ายแลขวา
• ยุกยิก แกะโน่นเกานี่
• อยู่ไม่สุข
ปีนป่าย
• นั่งไม่ติดที่
• ชอบคุยส่งเสียงดังรบกวนคนรอบข้าง
- Impulsiveness (หุนหันพลันแล่น)
• ยับยั้งตัวเองไม่ค่อยได้
มักทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด วู่วาม
• ขาดความยับยั้งชั่งใจ
• ไม่อดทนต่อการรอคอย
หรือกฎระเบียบ
• ไม่อยู่ในกติกา
• ทำอะไรค่อนข้างรุนแรง
• พูดโพล่ง
ทะลุกลางปล้อง
• ไม่รอคอยให้คนอื่นพูดจบก่อน
ชอบมาสอดแทรกเวลาคนอื่นคุยกัน
สาเหตุของโรคสมาธิสั้น
• ความผิดปกติของสารเคมีบางชนิดในสมอง
เช่น โดปามีน (dopamine) นอร์อิพิเนฟริน (norepinephrine)
• ความผิดปกติในการทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิ
และการตื่นตัว อยู่ที่สมองส่วนหน้า
(frontal cortex)
• พันธุกรรม
• สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
ยาที่ให้รักษาโรคสมาธิสั้น
9. เด็กพิการซ้อน
(Children with Multiple Handicaps)
• เด็กที่มีความบกพร่องที่มากกว่าหนึ่งอย่าง
เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก
• เด็กปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน
• เด็กปัญญาอ่อนที่ตาบอด
• เด็กที่ทั้งหูหนวกและตาบอด
► การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ทำให้เข้าใจว่าเด็กพิเศษมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเป็นอย่างไร เพื่อนำไปปรับใช้กับการสอนในอนาคต
► การประเมินผล
● ประเมินตนเอง
ตั้งใจเรียนและฟังสิ่งที่อาจารย์สอน
● ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆ ตั้งใจเรียนดี มีการซักถาม มีส่วนร่วมในการเรียน
● ประเมินอาจารย์
อาจารย์สอนไม่น่าเบื่อ ให้ความรู้อย่างเต็มที่พร้อมเกร็ดความรู้ต่างๆ





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น