วันศุกร์ ที่ ุ10 เดือนกุมภาพันธ์ เวลา 13.30-16.30 น.
► ความรู้ที่ได้รับ
วันนี้เรียนประเภทของเด็กพิเศษต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว โดยมีเนื้อหาดังนี้
6. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Children with Learning Disabilities)
เรียกย่อ ๆ ว่า L.D. (Learning Disability) เป็นเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง และ
ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน เด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการ หรือความบกพร่องทางร่างกาย
มีสาเหตุจากความผิดปกติของการทำงานของสมองที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้ (เชื่อมโยงภาพ ตัวอักษรเข้ากับเสียงไม่ได้) และกรรมพันธุ์
1.ด้านการอ่าน(Reading Disorder) พบมากที่สุดในเด็กที่เป็นL.D. ลักษณะก็คือเด็กจะอ่านหนังสือช้า ต้องคอยสะกดทีละคำ อ่านออกเสียงไม่ชัด ไม่เข้าใจเนื้อหาที่อ่านหรือจับใจความสำคัญไม่ได้
2.ด้านการเขียน(Writing Disorder) เขียนตัวหนังสือผิด สับสนเรื่องการม้วนหัวอักษร เช่น ม เป็น น หรือจาก ภ เป็น ถ เป็นต้น เขียนตามการออกเสียง เช่น ประเภท เขียนเป็น ประเพด เกษตร เขียนเป็น กะเสด เป็นต้น และมักจะเขียนสลับ เช่น สถิติ เขียนเป็น สติถิ
3.ด้านการคิดคำนวณ(Mathematic Disorder) เด็กเรียงตัวเลขผิดลำดับ ไม่เข้าใจเรื่องการทดหรือการยืมเลขเวลาทำการบวกหรือลบ ไม่เข้าใจหลักหน่วย สิบ ร้อย แก้โจทย์ปัญหาเลขไม่ได้
4. หลายๆด้านร่วมกัน
7. ออทิสติก (Autistic)
หรือ
ออทิซึ่ม (Autism) คือ เด็กที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่สามารถเข้าใจคำพูด
ความรู้สึกและ
ความต้องการของผู้อื่น ไม่สามารถที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างและสังคม เด็กออทิสติกแต่ละคนจะมี
เอกลักษณ์ของตนเอง และโรคนี้จะติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต
"ไม่สบตา ไม่พาที
ไม่ชี้นิ้ว"
ออทิสติกเทียม
●ปล่อยให้เป็นพี่เลี้ยงดูแลหรืออยู่กับผู้สูงอายุ
●ปล่อยให้ลูกอยู่กับไอแพด
●ดูการ์ตูนในทีวี
► การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ทำให้เข้าใจว่าเด็กพิเศษมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเป็นอย่างไร เพื่อนำไปปรับใช้กับการสอนในอนาคต
► การประเมินผล
● ประเมินตนเอง
ตั้งใจเรียนบ้าง ไม่ตั้งใจเรียนบ้าง
● ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆ ตั้งใจเรียนดีเป็นส่วนใหญ่ มีส่วนร่วมในการเรียน
● ประเมินอาจารย์
อาจารย์สอนดี ไม่น่าเบื่อ เตรียมการสอนมาอย่างดี





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น